Which Greenhouse Plastic is Best?

30 July 2025

พลาสติกคลุมโรงเรือนแบบไหนดี? คู่มือเลือกใช้สำหรับเกษตรกรมือใหม่ ปี 2025

     ในยุคที่การเกษตรไทยก้าวเข้าสู่เมืองแห่งการเกษตรอย่างเต็มตัว "พลาสติกคลุมโรงเรือน" กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกร
ควบคุมสภาพแวดล้อมการปลูกได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ลมฝน หรือแมลงศัตรูพืช โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Young Smart Farmer
ที่เริ่มหันมาลงทุนทำเกษตรอย่างจริงจัง การเลือกพลาสติกคลุมโรงเรือนให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยล่ะครับ เพราะวัสดุที่ใช้คลุม
โรงเรือนมีผลต่อทั้งผลผลิต ต้นทุน และความยั่งยืนของรายได้อย่างมากเลย

     แต่คำถามที่หลายคนสงสัยก็คือ... "พลาสติกคลุมโรงเรือนแบบไหนดี?"  ซึ่งคำตอบนั้นไม่มีสูตรตายตัว แต่ต้องพิจารณาจากหลาย
ปัจจัยทั้งชนิดของพืช ระยะเวลาในการปลูก งบประมาณ และสภาพแวดล้อมของพื้นที่ ในบทความนี้ ผมจะพาคุณไปรู้จักประเภทต่าง ๆ
ของ พลาสติกคลุมโรงเรือน ถึงข้อดี-ข้อเสีย วิธีเลือกซื้อ รวมถึงการเปรียบเทียบความหนา 100, 150 และ 200 ไมครอน พร้อมตอบ
ข้อสงสัยของการใช้งานเกษตรกรที่ทาง VSC สำรวจมา 


พลาสติกคลุมโรงเรือนคืออะไร? เหมาะกับโรงเรือนแบบไหนบ้าง

     “พลาสติกคลุมโรงเรือน” หรือที่หลายคนเรียกสั้น ๆ ว่า ผ้าใบคลุมโรงเรือน (Greenhouse Film) เป็นแผ่นฟิล์มพลาสติกที่ออกแบบมาเพื่อ
คลุมโครงสร้างโรงเรือนเพื่อควบคุมสภาพแวดล้อมการปลูกพืชผัก ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ แสงแดด ความชื้น หรือลมฝน ช่วยให้พืชเติบโตได้ดีขึ้น
ลดความเสี่ยงจากศัตรูพืชและโรคพืช ทั้งยังเพิ่มผลผลิตและยังลดการใช้สารเคมีในระยะยาวอีกด้วยครับ

โดยทั่วไปแล้ว พลาสติกคลุมโรงเรือนมีให้เลือกหลายสูตร เช่น สูตรมาตรฐาน สูตรกระจายแสง สูตรลดความร้อนกระจายแสง (Cooling Duffused)
สูตรคัดเลือกแสง รวมถึงมีคุณสมบัติเพิ่มเติมอื่น ๆ เช่น การเคลือบสาร UV ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน 3-4 ปี

พลาสติกคลุมโรงเรือน VSC ผลิตจากโพลีเอทิลีนชนิด (LDPE) หรือแบบร่วมกับ LLDPE ซึ่งเป็นพลาสติกที่มีความหนาแน่นสูง ยืดหยุ่น
ทนทาน ทนแดด ทนเคมี ทนแรงดึง ไม่ขาดง่าย จึงทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน 

เหมาะกับงานแบบไหนบ้าง?

- โรงเรือนปลูกผัก เช่น ผักสลัด คะน้า ผักชี
- โรงเรือนปลูกผลไม้ เช่น องุ่น แตงโม เมล่อน
- โรงเรือนไม้ดอกหรือไม้ประดับ
- โรงเรือนเพาะต้นกล้า
- โรงเรือนปลูกพืชเศรษฐกิจเพื่อส่งออก


การเลือกใช้ “พลาสติกคลุมโรงเรือน” ที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยให้การดูแลฟาร์มง่ายขึ้น ผลผลิตได้คุณภาพ และลดต้นทุนระยะยาวได้มากครับ

พลาสติกคลุมโรงเรือนมีกี่สูตร ?

      พลาสติกคลุมโรงเรือนไม่ได้มีเพียงแบบเดียว แต่ยังมีให้เลือกหลายสูตรตามวัตถุประสงค์การใช้งาน โดยทั่วไปสามารถแบ่งสูตรออกเป็น 4 กลุ่มหลัก
โดยแต่ละสูตรจะมีคุณสมบัติเฉพาะที่ตอบโจทย์พืชที่เกษตรกรปลูกแตกต่างกันไป:

สูตรมาตรฐาน (UV protect clear film)

     เป็นพลาสติกแบบใสที่แสงสว่างผ่านได้เต็มที่  โดยมีค่าแสงส่องผ่านสูงถึง 90% (light transmission in PAR) เหมาะสำหรับเหมาะสำหรับพืช
ทุกชนิดมีคุณสมบัติ กันแดด กันฝนได้ดีมีความแข็งแรงสูง ทนทาน มีหน้ากว้างและความหนาให้เลือกหลากหลาย

สูตรกระจายแสง (UV protect diffused film)

     เป็นสูตรที่เหมาะกับภูมิอากาศร้อนชื้นแบบประเทศไทย โดยช่วยเพิ่มการกระจายแสงให้ทั่วทั้งโรงเรือน เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายของแสงให้
ครอบคลุมทุกจุด​ในโรงเรือนทำให้พืชได้รับแสงอย่างทั่วถึง​ และเติบโตได้อย่างสม่ำเสมอเท่ากันทั้งโรงเรือน แม้ในจุดที่ที่มีแสงน้อย ตามภาพด้านบน
รวมถึง ช่วยลดปัญหาเรื่องใบไหม้และดอกไหม้อีกด้วยครับ

สูตรลดความร้อนและกระจายแสง (VSC cooling diffused film)

    เป็นสูตรพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อลดความร้อนที่สะสมภายในโรงเรือนโดยเฉพาะ โดยสามารถลดได้เฉลี่ย 2-5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับพลาสติก
สูตรมาตรฐาน ซึ่งเหมาะกับประเทศไทยในปัจจุบันอย่างมาก เพราะช่วยควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชทุกชนิด ผลผลิตมีคุณภาพ
มากขึ้นทั้งขนาด รูปทรง สี และรสชาติ โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนจะเห็นผลมากที่สุด อ่านเพิ่มเติม..

สูตรคัดเลือกแสง (VSC Photoselective film)

     เหมาะสำหรับการปลูกพืชชนิดที่ เน้นดอกเน้นสีของผลผลิต เช่น ไม้ดอก ไม้ประดับ เป็นต้น โดยพลาสติกโรงเรือนชนิดนี้จะมีการกรองรังสีที่ไม่จำ
เป็นต่อพืช เช่น รังสีอัลตราไวโอเลต และรังสีอินฟราเรด​ทำให้พืชได้รับแสงบางช่วงความช่วยเพิ่มสารอาหารหรือคุณประโยชน์ทางโภชนาการในพืชได้
เช่น ทำให้พริกมีรสเผ็ดขึ้น เป็นต้น

     การเลือกสูตรพลาสติกที่เหมาะสมจะช่วยให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงขึ้น ลดต้นทุนการจัดการ และยืดอายุการใช้งานของวัสดุในโรงเรือนจะช่วย
ให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงขึ้น ลดต้นทุนการจัดการ และยืดอายุการใช้งานของวัสดุในโรงเรือน  อ่านเพิ่มเติมทุกสูตร


ความหนาที่พบมากในตลาด: 100 / 150 / 200 ไมครอน ต่างกันอย่างไร?

ความหนา (ไมครอน)อายุการใช้งานเหมาะกับการปลูกจุดเด่น
100 ไมครอน2 ปีผักสลัด ผักใบอายุสั้นราคาถูก น้ำหนักเบา เหมาะกับผู้เริ่มต้น
150 ไมครอน3 ปีพริก มะเขือเทศ เมล่อนทนทานมากขึ้น คุ้มค่าในระยะยาว
200 ไมครอน3-5 ปีขึ้นไปองุ่น แตงโม พืชผลระยะยาวทนแดด ทนฝน และลมแรงได้มีมาก เหมาะกับการลงทุนระยะยาว

  จากการสำรวจพบว่า "พลาสติกคลุมโรงเรือน 200 ไมครอน" กำลังได้รับความนิยมสูง
โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแสงแดดและลมแรงจัดเช่น ภาคอีสานและภาคใต้ เพราะสามารถยืดอายุ
การใช้งานได้ยาวนานมากขึ้นครับ และไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยแบบความหนา 100 ไมครอน 


หมายเหตุเพิ่มเติมเกี่ยวกับอายุการใช้งาน:

      - อายุการใช้งานที่ระบุเป็นค่าเฉลี่ย ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการใช้สารเคมีในแต่ละพื้นที่ เช่น พื้นที่ที่มีแสงแดดแรงจัด อุณหภูมิสูง
       ใช้ยาฆ่าแมลงเยอะ จะทำให้อายุการใช้งานสั้นลงได้
     - การติดตั้งที่ถูกต้อง เช่น การใช้คลิปล็อกคุณภาพดี และการตึงแผ่นพลาสติกอย่างเหมาะสม จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้มาก
     - ควรหลีกเลี่ยงการให้พลาสติกสัมผัสกับโครงเหล็กโดยตรง หรือมีวัตถุแหลมคมบาด เพราะจะทำให้เกิดรอยขาดเร็วขึ้น
     - ในบางพื้นที่หากมีฝุ่น หรือละอองเคมีสะสมมาก ควรหมั่นทำความสะอาดเพื่อคงความใสและการผ่านของแสงให้ดี

TIP: อยากใช้พลาสติกโรงเรือนให้ได้ยาวนาน แนะนำให้หาผ้าขาว หรือเทปสีขาวมาพันโครงสร้างที่เป็นเหล็กก่อน
เพื่อป้องกันความร้อนที่สะสมในโครงเหล็กครับ อ่านเพิ่มเติม..

พลาสติกคลุมโรงเรือนแบบไหนดี? ขึ้นอยู่กับการใช้งาน

      การเลือกพลาสติกคลุมโรงเรือนให้เหมาะสม ไม่ใช่แค่ดูที่ราคาอย่างเดียว เพราะบางที่อาจจะเป็นพลาสติกแบบ PVC ทำให้อายุการของ
พลาสติกสั้นอย่างมากครับ แต่ต้องพิจารณาจาก "รอบการปลูก" และ "ระยะเวลาการใช้งาน" ที่คุณต้องการด้วย ซึ่งจะช่วยให้คุ้มค่าและลด
การเปลี่ยนวัสดุบ่อยครั้ง ดังนี้:

     1. สำหรับการปลูกพืชระยะสั้น เช่น ผักสลัด ผักใบทั่วไป ควรเลือกใช้ พลาสติกคลุมโรงเรือน 100 ไมครอน ที่มีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่ายและ
ราคาย่อมเยา เหมาะกับการใช้งานประมาณ 1-2 ปี หรือสำหรับรอบปลูกสั้น ๆ 30-45 วันต่อรอบ และเปลี่ยนใหม่ทุก 1-2 ปี ช่วยลดต้นทุนเริ่มต้น
เหมาะกับผู้ที่เริ่มต้นทำโรงเรือนขนาดเล็ก

     2. สำหรับการปลูกพืชที่ต้องการความคงทน เช่น มะเขือเทศ พริกหวาน หรือเมล่อน แนะนำใช้ พลาสติกคลุมโรงเรือน 150 ไมครอน
ที่มีความหนาและทนทานมากกว่า อยู่ได้นาน 2-3 ปี รองรับรอบปลูกที่ยาวขึ้น เช่น 2-3 เดือนต่อรอบ และลดโอกาสที่พลาสติกจะเสียดาย
ได้ไวกว่า แข็งแรงและทนทานมากกว่าแบบ 100 ไมครอน

     3. สำหรับการใช้งานระยะยาวและโรงเรือนขนาดใหญ่ ควรเลือก พลาสติกคลุมโรงเรือน 200 ไมครอน หรือแบบที่มีสารเคลือบ UV เสริม
เพราะมีอายุการใช้งานเฉลี่ย 3-4 ปีขึ้นไป เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ต้องการลงทุนแบบจริงจัง เช่น ฟาร์มปลูกองุ่น แตงโม หรือพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ
ที่ต้องการความแข็งแรงทนทาน ทนแดดจัด ลมแรง และลดการเปลี่ยนวัสดุบ่อยครั้ง พลาสติกโรงเรือนแบบ 200 ไมครอนจะตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุดครับ

การเข้าใจว่าอายุการใช้งานของพลาสติกแต่ละความหนาแตกต่างกันอย่างไร จะช่วยให้คุณวางแผนการลงทุนและการบำรุงรักษาโรงเรือนได้แม่นยำและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น


เคล็ดลับเลือกพลาสติกคลุมโรงเรือนให้คุ้มที่สุด

     - เลือกตามพืชที่ปลูกและอายุรอบปลูกจริง
     - สอบถามเรื่องสาร UV Stabilizer จากผู้ขาย
     - หากพิจารณาแล้วว่าจะลงทุนระยะยาว "พลาสติกคลุมโรงเรือน 200 ไมคอน" จะตอบโจทย์เรื่องอายุการใช้งานและการลงทุนมากที่สุด
     - พิจารณาซื้อจากร้านที่หน้าเชื่อถือ เปิดมายาวนาน เช่น VSC ซึ่งเปิดมายาวนานมากกว่า 46 ปี พร้อมมีบริการก่อนและหลังการขาย เช่น
       การให้คำแนะนำหรือการรับประกันสินค้า


พลาสติกโรงเรือน ราคา: สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ

ราคาของพลาสติกคลุมโรงเรือนจะแตกต่างกันตามความหนา สูตร และความยาวที่เลือกใช้
โดยพลาสติกคลุมโรงเรือน VSC มีราคาดังนี้ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม


สรุป: พลาสติกคลุมโรงเรือนแบบไหนดีในปี 2025?

คำตอบสั้น ๆ คือ ขึ้นอยู่กับพืชที่ปลูก งบประมาณ และความถาวรของโรงเรือน ถ้าคุณเริ่มต้นใหม่ลงทุนน้อย → เริ่มที่ 100 ไมครอน
แต่ถ้าคุณจริงจัง ลงทุนโรงเรือนถาวร ปลูกพืชระยะยาว → ควรใช้ พลาสติกคลุมโรงเรือน 200 ไมครอน 
เพื่อให้อายุการใช้งานยาวนานคุ้มต่อการลงทุน

การเลือกวัสดุให้เหมาะกับงาน จะช่วยให้คุณประหยัดต้นทุนซ่อมแซมในระยะยาว และเพิ่มโอกาสในการเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างมีคุณภาพ

หวังว่าคู่มือนี้จะช่วยให้เกษตรกรทุกคน รวมถึง ร้านค้าอุปกรณ์การเกษตร และ Young Smart Farmer ได้แนวทางในการเลือกซื้อ 
พลาสติกโรงเรือน อย่างมั่นใจ และตอบคำถามที่หลายคนยังสงสัยว่า "พลาสติกคลุมโรงเรือนแบบไหนดี?" ในปี 2025 นี้

หากคุณกำลังมองหาพลาสติกคลุมโรงเรือนแบ่งขาย หรือสนใจสอบถามราคา สามารถติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้เลยครับ! ติดต่อเลย..

Share this post

GET IN TOUCH
GET IN TOUCH
Phone 02 316 3384